ก่อนเริ่ม ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
2FA คือการยืนยันเพิ่มอีกครั้งหลังเข้าสู่ระบบตามปกติ โดยนำเลข 6 หลักจากแอปในมือถือมากรอกบนเว็บไซต์ เลขนี้ไม่ใช่รหัสผ่าน และไม่ได้ส่งมาทาง SMS ไม่ต้องท่องจำ แค่เปิดแอปดูตอนที่เว็บไซต์ขอรหัส
เตรียมมือถือและเปิดเว็บไซต์ของคุณไว้ ถ้ามีคอมพิวเตอร์ด้วยจะสแกนได้สะดวก แต่มีมือถือเครื่องเดียวก็ทำได้ ก่อนเริ่มต้องเข้าสู่บัญชีได้และทราบรหัสผ่านปัจจุบันของบัญชีนั้น
ถ้าเป็นบัญชีลูกค้าในร้าน ให้เปิด “บัญชีของฉัน” หรือ “ความปลอดภัยบัญชี” บนเว็บร้านนั้น ถ้าเป็นบัญชีที่ใช้เช่าและจัดการร้าน ให้เปิดความปลอดภัยบัญชีในแดชบอร์ดกลาง SellyHub สองส่วนนี้ตั้งค่าแยกกัน แม้ใช้อีเมลเดียวกัน
- แอป Authenticator = แอปในมือถือที่ใช้ดูรหัสยืนยัน
- คีย์ตั้งค่า = ข้อความส่วนตัวสำหรับเพิ่มบัญชีลงในแอป ไม่ใช่เลข 6 หลัก
- รหัสกู้คืน = รหัสสำรองที่เก็บไว้ใช้เมื่อเปิดแอปไม่ได้
1. เลือกติดตั้งแอปหนึ่งตัว
เลือก Google Authenticator หรือ Microsoft Authenticator ตัวใดตัวหนึ่งก็พอ ไม่ต้องติดตั้งทั้งคู่ เปิดหน้าแอปจากปุ่มด้านล่าง ตรวจชื่อผู้พัฒนาให้ตรง แล้วกด “ติดตั้ง / Install” เมื่อติดตั้งเสร็จให้กด “เปิด / Open”
เลือก Google Play ถ้าใช้ Android หรือ App Store ถ้าใช้ iPhone / iPad แต่ละปุ่มจะเปิดหน้าดาวน์โหลดแอปนั้นโดยตรง ไม่ต้องกรอกรหัสผ่านของร้านลงในหน้าดาวน์โหลดแอป
Google Authenticator
Google LLC
Microsoft Authenticator
Microsoft Corporation
2. เริ่มตั้งค่าที่เว็บไซต์ร้านหรือ SellyHub
ขั้นตอนนี้ทำในเบราว์เซอร์ที่เปิดเว็บไซต์ ไม่ใช่ในแอป Authenticator ตรวจชื่อเว็บให้ถูก แล้วเปิดหน้าความปลอดภัยของบัญชีที่ต้องการป้องกัน
เว็บไซต์จะแสดง QR และตัวเลือกดูคีย์สำหรับกรอกเอง QR คือภาพสี่เหลี่ยมที่แอปใช้กล้องอ่านได้ ทั้งสองวิธีใช้เพิ่มบัญชีเดียวกัน เปิดหน้าต่างนี้ค้างไว้ แล้วทำตามหัวข้อของแอปที่เลือกด้านล่าง
- กรอกรหัสผ่านปัจจุบันของบัญชีนี้
- ทำการตรวจความปลอดภัยที่แสดงบนหน้าเว็บ ถ้าตรวจไม่ผ่านให้ลองตรวจใหม่ก่อนส่ง
- กด “เริ่มตั้งค่า 2FA” แล้วรอหน้าต่างตั้งค่าเปิดขึ้น
ตอนนี้ยังไม่เปิด 2FA คีย์ที่รอยืนยันมีอายุ 10 นาที ถ้าหมดอายุให้เริ่มตั้งค่าใหม่ เก็บ QR และคีย์นี้เป็นความลับ
3A. ถ้าเลือก Google Authenticator
ภาพด้านล่างเป็นภาพหน้าจอจริงที่ Google เผยแพร่บน Google Play ชื่อบัญชีและตัวเลขในภาพเป็นตัวอย่างของผู้พัฒนา ในแอปของคุณจะเห็นชื่อบัญชีที่คุณเพิ่มเอง
Get started แปลว่าเริ่มต้นใช้งาน ส่วน Scan a QR code คือใช้กล้องสแกนภาพสี่เหลี่ยมบนเว็บ และ Enter a setup key คือกรอกหรือวางคีย์ส่วนตัวที่เว็บแสดง
- เปิดแอป Google Authenticator ถ้าเจอหน้าแนะนำให้แตะ “Get started / เริ่มต้นใช้งาน” หากแอปเสนอให้ซิงค์บัญชี จะเลือกบัญชี Google หรือ “ใช้โดยไม่มีบัญชี / Use without an account” ก็ได้ การสร้างรหัสสำหรับร้านไม่บังคับว่าต้องมีบัญชี Google
- มองหาปุ่มเครื่องหมายบวก + หลายสี ในรุ่นที่แสดงในภาพจะอยู่มุมขวาล่าง แตะปุ่มนี้เพื่อเพิ่มบัญชี
- ถ้าเปิดเว็บไว้บนคอมพิวเตอร์หรืออีกอุปกรณ์ ให้เลือก “สแกนคิวอาร์โค้ด / Scan a QR code” อนุญาตให้แอปใช้กล้อง แล้วเล็งไปที่ QR ในหน้าต่างตั้งค่าของเว็บ ไม่ต้องถ่ายรูปส่งให้ใคร
- ถ้าสแกนไม่ได้ ให้เลือก “ป้อนคีย์การตั้งค่า / Enter a setup key” ช่องชื่อบัญชีตั้งเป็นชื่อที่จำได้ เช่น “ร้านเกมของฉัน — บัญชีของฉัน” ช่องคีย์ให้วางข้อความที่คัดลอกจากเว็บ เลือกชนิด “ตามเวลา / Time based” แล้วแตะเพิ่ม
- กลับมาหน้ารายการบัญชีในแอป มองหาชื่อร้านที่เพิ่งเพิ่ม จะเห็นเลข 6 หลักเปลี่ยนเป็นช่วง ๆ เก็บรายการนี้ไว้ เพราะต้องกลับมาดูอีกเมื่อเว็บไซต์ขอรหัส
คุณกำลังเพิ่มบัญชีร้านลงในแอป ไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าความปลอดภัยของบัญชี Google หรือเปิด 2FA ของ Google ก่อนเพื่อทำขั้นตอนนี้
แตะภาพเพื่อเปิดดูขนาดเต็ม ชื่อเมนูอาจต่างกันเล็กน้อยตามรุ่นแอป
เริ่มจากปุ่ม Get started ด้านล่าง
ภาพจาก Google LLC · Google Play ↗
การสแกนคือใช้กล้องอ่าน QR ที่เว็บบัญชีของคุณแสดง
ภาพจาก Google LLC · Google Play ↗
ปุ่ม + ใช้เพิ่มบัญชี ส่วนรหัสอยู่ใต้ชื่อบัญชี ตัวเลขในภาพเป็นตัวอย่างของผู้พัฒนา
ภาพจาก Google LLC · Google Play ↗3B. ถ้าเลือก Microsoft Authenticator
ภาพด้านล่างเป็นภาพโปรโมตหน้าจอจริงจากหน้า Google Play ของ Microsoft แสดงตัวอย่างหลายบัญชีในแอปเดียว บัญชีร้านของคุณจะเป็นรายการแยกและมีรหัสของตัวเอง
สำหรับร้านบน SellyHub ให้เลือก “บัญชีอื่น / Other account” เพราะกำลังเพิ่มบัญชีเว็บไซต์ ไม่ใช่ตั้งค่าบัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียนของ Microsoft คำว่า Other account จึงหมายถึงบัญชีบริการอื่น
- เปิด Microsoft Authenticator แล้วทำตามหน้าแนะนำหรือหน้าความเป็นส่วนตัวที่แอปแสดง หน้าตาอาจต่างกันเล็กน้อยตามรุ่นแอป
- แตะเครื่องหมาย + หรือ “เพิ่มบัญชี / Add account” ด้านบน หากรุ่นที่ใช้ซ่อนคำนี้ในเมนู ให้เปิดเมนูแล้วเลือกเพิ่มบัญชี
- เลือก “บัญชีอื่น / Other account” บางรุ่นเขียนว่า “Other (Google, Facebook, etc.)”
- อนุญาตให้ใช้กล้องเมื่อแอปถาม แล้วสแกน QR ในหน้าต่างตั้งค่าบนเว็บไซต์ หากใช้กล้องไม่ได้ให้ใช้ตัวเลือกกรอกเองของแอป โดยคัดลอกชื่อบัญชีและคีย์ส่วนตัวจากเว็บของคุณ
- ตรวจหน้ารายการบัญชี เปิดหรือแตะรายการของร้านเพื่อดูรหัสยืนยัน 6 หลัก แล้วกลับไปที่เว็บไซต์เพื่อยืนยันให้เสร็จ
ภาพโปรโมต Microsoft มีฟีเจอร์อื่นด้วย เช่น การกดอนุมัติเข้าสู่ระบบและบัญชีที่ทำงาน สำหรับการตั้งค่าร้านนี้ให้ใช้เลข 6 หลัก ไม่ต้องรอแจ้งเตือนให้กด Approve sign-in
แตะภาพเพื่อเปิดดูขนาดเต็ม ชื่อเมนูอาจต่างกันเล็กน้อยตามรุ่นแอป
มองหารายการบัญชีของคุณและรหัสของรายการนั้น ภาพจาก Microsoft แสดงฟีเจอร์อื่นของแอปด้วย
ภาพจาก Microsoft Corporation · Google Play ↗มีมือถือเครื่องเดียว ทำอย่างไร?
มือถือไม่สามารถใช้กล้องสแกน QR ที่อยู่บนหน้าจอของเครื่องตัวเองได้ ให้ใช้ตัวเลือก “เปิดในแอป” เมื่อเว็บมีให้ หรือเพิ่มบัญชีด้วยการกรอกคีย์ ไม่จำเป็นต้องหามือถืออีกเครื่อง
- ในหน้าต่างตั้งค่าบนเว็บ เปิดตัวเลือกดูคีย์สำหรับกรอกเอง แล้วกดคัดลอกคีย์
- สลับไปแอป Authenticator เลือกเพิ่มบัญชีแบบกรอกเองแล้ววางคีย์ สำหรับ Google Authenticator ให้เลือกชนิดตามเวลา / Time based
- สลับกลับเบราว์เซอร์และหน้าต่างตั้งค่าเดิม เปิดแท็บเว็บค้างไว้ ถ้าคีย์หมดอายุแล้วให้เริ่มตั้งค่าใหม่ ไม่ใช้คีย์เก่าที่หมดอายุ
- เมื่อเพิ่มบัญชีแล้ว ให้ใช้เลข 6 หลักจากแอปทำขั้นตอนต่อไป
4. นำเลข 6 หลักกลับมากรอกบนเว็บ
บางแอปแสดงตัวเลขเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละ 3 ตัว ให้อ่านรวมเป็นเลข 6 หลักตามลำดับ ถ้าตัวแรกเป็นศูนย์ต้องกรอกด้วย ใช้เลขจากรายการบัญชีของคุณเอง ตัวเลขในภาพประกอบบทความนำไปใช้ยืนยันไม่ได้
วงกลมหรือเวลานับถอยหลังข้างรหัสบอกว่าเลขชุดนี้ใกล้เปลี่ยนหรือยัง ถ้าเหลือเวลาน้อยให้รอชุดใหม่ก่อน เพื่อให้มีเวลากรอก หากใส่ผิดการตั้งค่ายังไม่สำเร็จ
- ในแอป ตรวจว่ากำลังดูรายการบัญชีของร้านที่ต้องการ
- ดูรหัส 6 หลักชุดปัจจุบัน แล้วสลับกลับหน้าต่างตั้งค่าบนเว็บไซต์
- กรอกเลขให้ครบ แล้วกดปุ่มยืนยันเปิดใช้งาน
- รอจนเว็บไซต์แจ้งว่าเปิด 2FA สำเร็จ การติดตั้งแอปหรือสแกน QR อย่างเดียวยังไม่ถือว่าเปิดใช้งาน
5. เก็บรหัสกู้คืนก่อนออกจากหน้านี้
เมื่อเปิดสำเร็จ เว็บไซต์จะแสดงรหัสกู้คืน 10 รหัสเพียงครั้งเดียว รหัสเหล่านี้เป็นรหัสสำรอง เผื่อมือถือหายหรือเปิดแอปไม่ได้ แต่ละรหัสใช้ได้ครั้งเดียว
เก็บในตัวจัดการรหัสผ่านหรือพื้นที่ส่วนตัวที่ยังเปิดได้แม้ไม่มีมือถือเครื่องนี้ เขียนกำกับว่าเป็นของร้านหรือบัญชีไหน ไม่ส่งลงแชต อัลบั้มรูปที่แชร์กับคนอื่น หรือข้อความหาทีมงาน ถ้าให้ผู้ปกครองช่วยตั้งค่า ให้ช่วยหาที่เก็บส่วนตัวด้วย
ถ้าสร้างรหัสกู้คืนชุดใหม่ ชุดเดิมจะใช้ไม่ได้ ให้เก็บชุดใหม่แทน รหัสกู้คืนกับเลขจากแอปเป็นคนละอย่าง เวลาจะใช้ต้องเลือกช่องให้ตรงบนเว็บไซต์
6. ครั้งต่อไปจะล็อกอินอย่างไร?
ไม่ต้องสแกน QR ใหม่ทุกครั้ง เก็บรายการบัญชีที่เพิ่มไว้ในแอป Authenticator แล้วกลับมาดูเลขเมื่อเว็บไซต์ขอ
- เข้าสู่ระบบบนเว็บด้วยอีเมลและรหัสผ่านตามปกติ หรือใช้ผู้ให้บริการที่ผูกไว้กับบัญชีแล้ว
- เมื่อเจอหน้าต่างขอรหัสยืนยัน ให้เปิดแอปและเลือกรายการบัญชีให้ถูก
- กลับมาที่เว็บ กรอกเลข 6 หลักชุดปัจจุบัน แล้วกดยืนยัน
- ถ้าเปิดแอปไม่ได้ ให้เปลี่ยนไปใช้ตัวเลือกรหัสกู้คืน แล้วใช้หนึ่งรหัสที่ยังไม่เคยใช้
ทำไม่ผ่าน ลองตรวจทีละข้อ
ถ้ารหัสไม่ถูกต้อง ให้ตรวจชื่อบัญชี รอเลขชุดใหม่ และเปิดวันเวลาอัตโนมัติในการตั้งค่ามือถือ รหัสที่ใช้ยืนยันสำเร็จไปแล้วใช้ซ้ำไม่ได้ Google Authenticator อ้างอิงเวลาของมือถือ จึงไม่ต้องหาเมนูแก้เวลาแบบเก่าในแอป
ถ้าเซสชันเว็บหมดอายุ ให้เข้าสู่ระบบใหม่ ถ้าคีย์ตั้งค่าหมดอายุให้เริ่มตั้งค่าใหม่ด้วยรหัสผ่าน หากเคยปฏิเสธสิทธิ์กล้อง ให้เปิดสิทธิ์จากการตั้งค่ามือถือ หรือเลือกกรอกคีย์เอง
ก่อนเปลี่ยนมือถือ ให้อ่านวิธีย้ายหรือสำรองข้อมูลจากผู้ให้บริการแอป แล้วลองรหัสจากเครื่องใหม่ให้ผ่านก่อนลบรายการในเครื่องเก่า เก็บรหัสกู้คืนไว้ด้วย หากไม่มีทั้งแอปและรหัสกู้คืน ให้ติดต่อร้านหรือแพลตฟอร์มที่ดูแลบัญชี ห้ามส่งรหัสผ่าน คีย์ QR หรือรหัสกู้คืนให้ผู้อื่น

